ประยุทธ์แจงราคายางตกเป็นไปตามตลาดโลก เชื่อผ่านวิกฤตแล้ว สั่งเคลียร์เกษตรกรลดกังวล

พล.อ.ประยุทธ์ แจงราคายางมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นลงตามวงจรของเศรษฐกิจของโลก เชื่อผ่านวิกฤตอย่างรุนแรงไปแล้ว พร้อมสั่งการให้ ก.เกษตรฯ -การยางฯ เร่งสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรให้ลดความกังวลลง ขอให้พิจารณาหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน 

10 ก.ค. 2560 จากสถานการณ์ราคายากพาราตกต่ำจนมีการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข เช่น ถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.สงขลา เสนอทางออกในการแก้ไขปํญหาราคายางพาราตกต่ำเพื่อนำเสนอไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. โดยเรียกร้องตลาดใหม่ในประเทศจีน และวิธีการเสนอขายแบบใหม่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) นั้น

ล่าสุดวันนี้ (10 ก.ค.60) เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำถึงการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ว่า ราคายางมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นลงตามวงจรของเศรษฐกิจและปัจจัยต่าง ๆ ของโลก เช่น อัตราดอกเบี้ย หรืออัตราแลกเปลี่ยนราคาน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางเป็นการเฉพาะ ทั้งการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรผู้รวบรวมยางพารา และผู้ประกอบการกิจการยาง เพื่อใช้รับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรโดยตรง ช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำยางที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ ยังขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร และจัดทำโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และมุ่งเน้นที่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น ตั้งกองทุนพัฒนายางพารา เพื่อให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับยางพาราทั้งระบบ ขณะเดียวกันขอให้เกษตรกรพิจารณาหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน โดยเฉพาะพืชที่สร้างรายได้ตลอดทั้งปีและมีรายได้ดีกว่า และเรียนรู้จากตัวอย่าง ของ Smart Farmer ที่ประสบความสำเร็จแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันตลาดโลกยังมีความต้องการใช้ยางพาราเป็นอย่างมาก แต่ประเทศไทยส่งออกยางพายาในรูปแบบของวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของโลก ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมให้มีการแปรรูปโดยใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่ายาง ที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งเมืองยางพาราและกระตุ้นให้มีการใช้ยางภายในประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนการพึ่งพาการส่งออก

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเชื่อมั่นว่าขณะนี้ได้ผ่านวิกฤตความผันผวนด้านราคายางอย่างรุนแรงไปแล้ว โดยการส่งออกและราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้การส่งออกยางพาราธรรมชาติ ทั้งยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน น้ำยางข้น และยางอื่น ๆ มีมูลค่า 2,834.06 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.55 ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ยางล้อรถยนต์ ถุงมือยาง มีมูลค่า 4,066 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.98 ซึ่งคาดว่าแนวโน้มจะยังคงขยายตัวได้ดีขึ้น เพราะความต้องการของตลาดต่างประเทศยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และการยางแห่งประเทศไทยเร่งสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง และทำความเข้าใจแก่พี่น้องเกษตรกรให้ลดความกังวลลง พร้อมกำชับกระทรวงพาณิชย์ให้ใช้โอกาสนี้เร่งเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้ายางและผลิตภัณฑ์ยาง และจัดคณะผู้แทนการค้ายางพาราออกไปเจรจาขายยางพาราและผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการใช้ยางภายในประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ลาตินอเมริกา บังคลาเทศ และอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นราคายางภายในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้นได้